Common Move
‘โบเดงซา’ ในความทรงจำของ คาวิช เนียง

Date

Author

“ผมเริ่มถ่ายทำโปรเจค Last Night I Saw You Smiling วันที่ 18 พฤษภาคม ผู้คนเองก็เริ่มเก็บข้าวของกันตั้งแต่ต้นเดือนแล้ว แล้วทุกอย่างก็ค่อย ๆ เงียบเหงาลง จนกระทั่งกลางเดือนมิถุนายนที่ทั้งตึกกลายเป็นความว่างเปล่า ผมช็อกมากที่เห็นผู้คนในตึกน้อยลงทุกวัน ๆ ผ่านการถ่ายหนังเรื่องนี้ตลอดสัปดาห์”

ปัจจุบัน คาวิช เนียง อายุ 35 ปี เขาเกิดเมื่อปี 1987 ตลอดช่วงเวลาเกือบ 30 ปีก่อนต้องย้ายออกจากโบเดงซานั้น จากเด็กคนหนึ่ง เขาทั้งได้เล่นสนุกสนาน ได้เรียนรู้ และเติบโตมากับที่นี่โดยตลอด พ่อซึ่งเป็นช่างปั้นแกะสลักและแม่ของเขาก็อาศัยอยู่ที่อาคารนี้มาตั้งแต่หลังสิ้นยุคเขมรแดงก่อนเขาเกิด เช่นเดียวกับอีกกว่าหลายร้อยครอบครัว

แม้เป็นเวลากว่าหลายสิบปี ภาพเรื่องราววัยเด็กอันแสนสุขก็ยังคงชัดเจนในหัวเขาอยู่เสมอ ในช่วงเวลาก่อนการรื้อถอนตัวอาคาร มันอาจไม่ใช่เขา อาจเป็นเด็ก ๆ รุ่นถัดไปที่วิ่งเล่นสนุกสนาน เตะฟุตบอลกับเพื่อนฝูง แต่สำหรับเขา มันก็คงไม่ต่างจากการเห็นภาพอดีตของตัวเองเกิดขึ้นซ้ำใหม่เท่าไรนัก

“เวลาผมนึกถึงโบเดงซา สิ่งที่ผมมักนึกขึ้นมาคือช่วงเวลาวัยเด็กกับเพื่อน ๆ อย่างตอนเด็ก ๆ นี่ผมชอบเตะฟุตบอล เราก็จะไปเล่นกันตอนเย็นเสมอครับ แล้วภาพความสุขเหล่านี้มันก็วนกลับมาหาผมอย่างชัดเจนมาก ผมว่ามันเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีที่สุดเหมือนกัน ผมเลยอยากจับภาพสิ่งเหล่านี้เอามาใส่ไว้ในหนังด้วยน่ะครับ” เขาเล่าถึงหนึ่งในเหตุการณ์ที่ปรากฏในหนัง ที่มีที่มาจากภาพความทรงจำวัยเด็กอันชัดเจน

หรือของเล่นวัยเด็กเองที่หลายคนอาจพอจำได้บ้างไม่ได้บ้าง เป็นภาพเลือนลางที่ใกล้หายไป แต่สำหรับ คาวิช แล้ว มันไม่ใช่ของเล่นที่มีสถานะเป็นเพียงสิ่งของ ของเล่นของเขานั้นเป็นสิ่งที่ได้มาจากพ่อ เป็นของเล่นที่เชื่อมโยงกับสถานที่ผ่านการที่เขาเล่นกับมัน​ ณ ตรงนั้น ความทรงจำของเขาจึงไม่ใช่เพียง ตุ๊กตาไม้ตัวหนึ่ง แต่เป็น การนั่งเล่นตุ๊กตาไม้ตัวนั้นที่ตรงหน้าบ้าน ความทรงจำเล็กน้อยเหล่านี้ยังปรากฏในตัวหนัง มันอาจเป็นการพูดถึงเพียงเล็กน้อย แต่ทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงปะติดปะต่อเป็นภาพใหญ่ถึงกันได้

ไม่ใช่เพียงแต่สิ่งของหรือสถานที่อันยึดโยงกับความเป็นส่วนตัวเท่านั้น สำหรับเขาแล้ว ความเป็นสังคมของผู้คนในโบเดงซาเองก็เป็นสิ่งที่มีลักษณะเฉพาะตัวเช่นเดียวกับศิลปะการออกแบบของตัวโบเดงซาด้วย

“ความทรงจำสำหรับผมคือความรู้สึก ความรู้สึกที่ไม่ใช่แค่อากัปกิริยา มันสามารถเป็นสถานที่ ผู้คน สิ่งของ หรืออะไรสักอย่างที่เรานึกถึง หรือความรู้สึกสูญเสีย อย่างตอนที่เขากำลังพังตึก ผมคิดถึงวัยเด็ก คิดถึงเพื่อน คิดถึงเพื่อนบ้าน คิดถึงอาคาร และรู้ว่าทุกอย่างกำลังจะจากไป”

ความน่าสนใจเกี่ยวกับความทรงจำของเขาต่อโบเดงซาอีกประการหนึ่งคือ เขาเล่าว่าในระหว่างการถ่ายทำสารคดี Last Night I Saw You Smiling นั้น เขามักฝันถึงโบเดงซาอยู่เสมอ ไม่ใช่แค่เพียงครั้งหรือสองครั้ง แต่เป็นเกือบทุกคืนในช่วงสัปดาห์การถ่ายทำ แม้ในเวลากลางวันเขาจะต้องจ้องมองภาพของผู้คนที่กำลังเก็บข้าวของลงหีบห่อ ขนย้ายสัมภาระออกจากห้องหับ แต่ช่วงกลางคืนของเขากลับเป็นภาพด้านตรงข้าม เป็นภาพความทรงจำในวันที่โบเดงซายังมีสภาพสวยงาม ภาพการเล่นสนุกของเขากับเพื่อน ๆ และพ่อแม่ ทั้งหมดล้วนเต็มไปด้วยความสุขของเหล่าผู้อาศัย

เขายังบอกอีกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ทำให้เขาตื่นกลางดึกพร้อมกับความรู้สึกโหวงในจิตใจและทำอะไรไม่ถูกอยู่บ่อยครั้ง ตามมาด้วยความสับสนที่เกิดขึ้นว่าภาพการเก็บข้าวของอันน่าขมขื่นหรือภาพความฝันอันสวยงามกันแน่ที่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ

“มันเลยเป็นที่มาของชื่อหนังสารคดี (Last Night I Saw You Smiling) เหมือนว่าเมื่อคืนนี้ผมยังเห็นคุณยิ้มมีความสุขกันอยู่เลย นั่นแหละครับ ประการแรกก็เพราะมาจากความฝันของผม อีกประการคือเป็นแรงบันดาลใจที่มาจากเพลง ๆ หนึ่งในยุค 60 ด้วย ประโยคนี้มันเป็นชื่อเพลง ผมเลยถือเอามาใช้เป็นชื่อหนังไปด้วยเลย”

อย่างไรก็ดี การรุกคืบของกระบวนการพัฒนาความเป็นเมืองที่จับมือกับอิทธิพลของรัฐบาลนั้นกลายเป็นสัตว์ประหลาดตัวใหญ่โตเกินที่ผู้อาศัยกว่าร้อยครอบครัวจะต้านทานได้ เราเองก็คงไม่ปล่อยให้ความคิดและการกระทำของรัฐที่ส่งผลกระทบกับประชาชนโดยไม่ได้คิดอย่างรอบคอบนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ยอมรับได้เช่นกัน หากแต่มองว่านั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว สมาชิกของชุมชนโบเดงซาก็แยกกระจายกันไปใกล้บ้างไกลบ้าง สิ่งที่ยังคงเหลืออยู่ก็เป็นเพียงความทรงจำที่ต่างคนต่างมีต่ออาคารแห่งนี้ไม่ว่าจะในฐานะของอะไรก็ตาม

“แล้วตัวสารคดีเองมันก็เป็นแรงกระตุ้นให้ผมทำหนังยาวต่อด้วย ในสารคดีเนี่ย ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถทำอะไรกับอพาร์ตเมนต์ที่ผมอยู่กับพ่อแม่มาตั้งแต่เด็กได้เลย แต่กลับกันในหนังยาว ผมสามารถจินตนาการว่าตัวเองมีพลังทำอะไรได้ สามารถสร้างตัวละครที่จะร่วมต่อสู้กับความน่าสิ้นหวังหรือให้มาลืมเรื่องอะไรแบบนี้ไปด้วยกันได้”

‘โบเดงซา’ สำหรับเขาจึงเป็นทั้งบ้าน เป็นสถานที่แห่งการเติบโต เป็นที่ที่สามารถปล่อยกายพักผ่อนใจได้อย่างคุ้นเคย เป็นภาพที่สับสนวนเวียนในหัวในช่วงเวลาหนึ่ง เป็นจินตนาการ การหลีกหนี การพยายามต่อสู้กับความจริงอันโหดร้ายเท่าที่จะทำได้ รวมถึงเป็นภาพยนตร์ว่าด้วยชีวิต ความฝัน การเติบโต และความทรงจำที่วนเวียนอยู่ภายในตัวอาคารและรอบ ๆ กรุงพนมเปญ เป็นภาพยนตร์อันเป็นที่ระลึกถึง ‘โบเดงซา’ ที่ปัจจุบันนี้ถูกรื้อรอนออกไปจนหมด เหลือไว้เพียง ‘ความทรงจำสีขาว’ กับตัวเขาและผู้คนที่เคยเกี่ยวข้องกับอาคารนี้

แปลและเรียบเรียงจาก
Kavich Neang on Last Night I Saw You Smiling | Art of the Real 2019
Last Night I Saw You Smiling เขมรแดง ประวัติศาสตร์และการล่มสลายในสายตาของ คาวิค เหนียง
Venezia Biennale Cinema | TV Call – Bodeng sar (White Building) – 07/09/2021
เมื่อบ้านกำลังถูกทำลาย และคุณไม่สามารถรั้งเวลาเอาไว้ได้ คุยกับผู้กำกับ Last Night I Saw You Smiling

More
articles

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save