“ในทีแรกผมยังไม่ทราบเลยว่าต้องแสดงบทนายพล รู้แต่ว่าแค่ป่วยเท่านั้น เก่ง-จักรวาล ผู้กำกับ ถามผมว่าลดน้ำหนักได้ไหม ลดลงอีกสักหน่อย ผมก็ตอบว่าเดี๋ยวจะลองดู แต่พอเริ่มลดเข้าจริง น้ำหนักกลับลงแบบไม่หยุดเลย ผมบอกกับตัวเองว่าไม่ไหวแล้ว ต้องหาอะไรมาช่วย
พออ่านบทแล้วจึงรู้ว่าเป็นนายพลที่แก่และป่วยติดเตียง ผมไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องนี้ เพราะไม่เคยป่วยเลย จึงต้องทำการบ้าน โดยผู้กำกับได้พาไปดูคนป่วยตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงวิธีใช้อุปกรณ์เกี่ยวกับคนป่วย
เมื่อมองย้อนกลับไปถึงการใช้ชีวิตที่ผ่านมา ผมคิดว่าตัวผมมีส่วนใกล้เคียงกับวิถีการใช้ชีวิตของตัวละคร เสธฯ เหมือนกัน เมื่อก่อนผมใช้ชีวิตแบบสบายๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการงาน การเงิน ผมอยากได้อะไรก็จะได้มา แต่พอถึงช่วงกลางปี 2540 ผมก็เริ่มขัดสนไปทุกอย่าง จนต้องขายบ้าน ขายรถ เลิกกับแฟน แล้วไปอยู่ห้องเช่าคนเดียวกับลูกชายตัวหนึ่ง (สุนัข) แต่พอปี 2547 ก็กลับมาเจอกับแฟนคนเดิมอีกครั้ง ผมเลยบอกกับตัวเองว่าจะไม่ยอมไปจากเธออีก
พอได้รับบทหนังเรื่องนี้มาแล้วลองอ่านดูก็ทำให้นึกถึงวิถีชีวิตที่ผ่านมาของตัวเราเข้าเต็มๆ ถึงไม่ตรงตามจริงขนาดนั้น แต่ก็มีส่วนใกล้เคียง ทำให้ผมนึกได้ว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก และจะอยู่กับเธอจนกว่าจะตายจากกัน จากหนังเรื่องนี้และบทที่อ่านจนจบ ทำให้ผมสะท้อนถึงตัวเองว่าการใช้ชีวิตในวัยชราของผมต้องระวังอยู่ตลอด ไม่ประมาทในทุกวิถีทาง”
– โกโบริ โสระบดี


