เบื้องหลังภาพยนตร์ที่เสร็จสมบูรณ์นั้นมีเรื่องราวมากมายที่บางครั้งก็น่าสนใจไม่ต่างจากผลงานเบื้องหน้าเลย เราชวน โบ๊ต–สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์ ผู้ช่วยผู้กำกับที่ทำงานร่วมกับ เจ้ย–อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล มากว่า 19 ปีมาเล่าเรื่องราวบางส่วนที่เขาได้พบเจอในกองถ่าย MEMORIA ที่ประเทศโคลอมเบียให้เราฟัง

(1) มีคนไทยในกองถ่ายแค่ 3 คนเท่านั้น
โบ๊ตเล่าว่าการทำงานในครั้งนี้ต่างกับครั้งอื่นๆ เพราะในผลงานก่อนหน้านี้ ทีมงานเป็นคนไทยเกือบทั้งหมด และส่วนมากเคยทำงานด้วยกันมาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้มีคนไทยเพียงแค่สามคนคือ เขา เจ้ย–อภิชาติพงศ์ ผู้กำกับ และ สอง–สยมภู มุกดีพร้อม ผู้กำกับภาพ พวกเขาทั้งสามจึงต้องทำความรู้จักกับทีมงานใหม่ และปรับตัวกันพอสมควร “เราประชุมออนไลน์กันเยอะทั้งในเรื่องตัวงาน และเรียนรู้นิสัยใจคอกัน ตั้งแต่ก่อนจะเริ่มการถ่ายทำ” โบ๊ตว่า
(2) ตอนถ่ายทำต้องมี ‘โบ๊ต’ เวอร์ชั่นพูดภาษาสเปนได้อีกคน
เนื่องจากประเทศโคลอมเบียใช้ภาษาสเปน ในกองถ่ายจึงต้องมีผู้ช่วยผู้กำกับ 1 อีกคน ที่เป็นคนโคลอมเบียช่วยจัดการกองถ่าย ครั้งนี้โบ๊ตเลยเน้นไปที่การดูภาพรวมของตัวหนัง และเป็นกระจกสะท้อนความคิดให้กับผู้กำกับมากกว่า

(3) กรุงโบโกตามีทุกฤดูใน 1 วัน
โบ๊ตแชร์ความท้าทายในการถ่ายทำว่า “กรุงโบโกตาอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล หลายคนเลยเวียนหัวเพราะความดันต่ำ ตอนมาถึงช่วงแรกๆ สภาพอากาศก็คาดเดาไม่ได้ มีทุกฤดูในหนึ่งวัน ต้องเตรียมพร้อมเวลาถ่าย ถ้าฝนตกก็ต้องรอ ถ้าไม่มีแดดก็ต้องรอ ตกดึกก็หนาว คนที่นั่นมีชีวิตอยู่ด้วยการเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ ต้องพกร่ม พกโค้ตออกจากบ้านทุกวัน”
(4) โคลอมเบียนั้นทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่ในเวลาเดียวกัน
แม้ประเทศโคลอมเบียและประเทศไทยจะแตกต่างกันในหลายส่วน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือพืชพันธุ์ที่เป็นพืชเขตร้อน “ต้นไม้ใบหญ้าเหมือนบ้านเรามาก ตอนเข้าป่าเรายังคุยกับพี่เจ้ยอยู่เลยว่ามาถึงที่นี่ทำไม ถ่ายเมืองไทยก็ได้ แต่ไซส์ต้นไม้ใหญ่กว่า ผลไม้เยอะมาก มันเลยทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่”

(5) คนโคลอมเบียปาร์ตี้หนักมาก
โคลอมเบียคือประเทศที่ต้องใช้เวลาเดินทางจากประเทศไทยทางเครื่องบิน 36 ชั่วโมงกว่าจะไปถึงและแทบไม่มีคนเอเชียให้เห็น ไม่มีแม้กระทั่งไชน่าทาวน์ ประเทศที่โบ๊ตเอ่ยปากว่า “ถ้าไม่ได้มาทำหนัง ก็คงไม่ได้ไป” แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกอบอุ่น “เราประทับใจทีมงานที่นั่น คนละตินอเมริกาเฟรนด์ลี่ เต้นเก่งทุกคน เต้นทีก็เต้นตาย ปาร์ตี้หนักมาก เหมือนอยู่ในสายเลือด วัฒนธรรมสนุกดี เรารู้สึกว่าเขาโอบกอดเรา ไม่รู้สึกว่าเราเป็นคนนอก”
(6) พี่เจ้ยให้คิวเสียง ‘ปัง!’ ด้วยการพูดว่า ‘bang!’
โบ๊ตบอกว่าเสียง ‘ปัง!’ อันลือลั่นที่ทุกคนอยากเข้าไปฟังในโรงภาพยนตร์นั้น ตอนถ่ายทำยังไม่เกิดขึ้นและไม่มีใครในกองถ่ายเคยได้ยินเสียงนั้นมาก่อน “เราใส่เสียงลงไปตอน Post-production หน้าเซตพี่เจ้ยแค่พูดว่า ‘bang!’ แล้วทิลดาก็ต้องจินตนาการเอง เพราะเขาเป็นตัวละครที่ได้ยินเสียงนี้อยู่คนเดียว”


